ความผันผวนของเวลาตลาด Forex ส่งผลอย่างไรบ้าง?
ว่ากันด้วยเรื่องของความไม่แน่นอนและความผันผวนของสิ่งต่างๆ นั้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนรับมือได้ยากเสมอ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของ “การเงินการลงทุน” ที่มีหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาสินทรัพย์หรือราคาซื้อ-ขายต่างๆ มากมายเลยก็ว่าได้ครับ ในบทความนี้จะขอพาทุกๆ ท่านที่อยู่ในวงการ Forex ไปพบกับความผันผวนของเวลาตลาด Forex ส่งผลอย่างไรบ้าง? ที่น่าสนใจกันครับ
ความผันผวนกับเวลาตลาด Forex สัมพันธ์กันอย่างไร?
ความผันผวนของตลาด Forex ในแต่ละช่วงเวลาส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเทรด ทั้งในแง่ของโอกาสและข้อควรระวัง นักเทรดจำเป็นต้องเข้าใจผลกระทบเหล่านี้เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม
ความผันผวน (Volatility) หมายถึง ระดับของการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่สกุลเงินในช่วงเวลาหนึ่งๆ ยิ่งราคามีการเคลื่อนไหวขึ้นลงมากและเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความผันผวนสูงเท่านั้น
ผลกระทบของความผันผวนสูง (High Volatility):
- โอกาสในการทำกำไรสูง
- การเคลื่อนไหวของราคาที่ชัดเจน: เมื่อตลาดผันผวนสูง ราคาจะมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็วและชัดเจน (มีแนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้น) ทำให้เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์ทิศทางและทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคานั้นได้ง่ายขึ้น หากคาดการณ์ได้ถูกต้อง
- เหมาะกับกลยุทธ์ระยะสั้น (Scalping, Day Trading): นักเทรดที่เน้นการทำกำไรในระยะสั้น สามารถใช้ประโยชน์จากความผันผวนสูงเพื่อเข้าและออกจากการเทรดได้อย่างรวดเร็ว
- ความเสี่ยงสูง
- โอกาสในการขาดทุนสูง: เช่นเดียวกับโอกาสในการทำกำไร หากการคาดการณ์ผิดพลาด ราคาอาจเคลื่อนไหวสวนทางอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการขาดทุนจำนวนมากในเวลาอันสั้น
- Stop Loss อาจถูก Trigger ได้ง่าย: ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง การตั้ง Stop Loss ใกล้เกินไปอาจทำให้คำสั่งถูก Trigger ได้ง่าย แม้ว่าราคาจะกลับมาในทิศทางที่คาดการณ์ไว้ในภายหลังก็ตาม (Stop Loss Hunt)
- Spread กว้างขึ้น: ในบางช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูงมาก โบรกเกอร์อาจขยายค่าสเปรด (ส่วนต่างราคา Bid/Ask) ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนในการเทรด
- Slippage (การคลาดเคลื่อนของราคา): ในตลาดที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรง คำสั่งซื้อ/ขายอาจถูกเติมเต็มที่ราคาที่แตกต่างจากราคาที่คุณตั้งไว้ ทำให้เกิด Slippage ซึ่งเป็นผลเสียหากราคาเคลื่อนไหวสวนทาง
- ความต้องการการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด:
- นักเทรดต้องมีวินัยในการตั้ง Stop Loss, Take Profit และบริหารขนาด Position (Lot Size) อย่างเคร่งครัด เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ผลกระทบของความผันผวนต่ำ (Low Volatility)
- โอกาสทำกำไรจำกัด:
- การเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่ชัดเจน: ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ หรือ Sideways ทำให้ยากต่อการหาทิศทางที่ชัดเจนและโอกาสในการทำกำไรน้อยลง
- ไม่เหมาะกับกลยุทธ์ที่ต้องพึ่งพาการเคลื่อนไหวของราคามาก: เช่น Trend Following หรือ Breakout Trading
- ความเสี่ยงต่ำ:
- การเคลื่อนไหวของราคาที่คาดเดาได้ง่ายขึ้น: แม้จะมีกำไรน้อย แต่การเคลื่อนไหวที่ช้าและจำกัด ทำให้เทรดเดอร์มีเวลาในการตัดสินใจมากขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิดการขาดทุนอย่างรุนแรงในพริบตา
- เหมาะกับกลยุทธ์ระยะยาว (Swing Trading, Position Trading) หรือกลยุทธ์ที่เน้นสะสมดอกเบี้ย (Carry Trade): ในช่วงที่ตลาดสงบ นักเทรดอาจใช้กลยุทธ์ที่เน้นการถือครอง Position ไว้นานขึ้น หรือใช้ประโยชน์จากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย (Swap)
- ต้นทุนการเทรดอาจส่งผลกระทบมากขึ้น:
- เมื่อกำไรมีจำกัด ค่าสเปรดหรือค่าคอมมิชชั่นอาจกินสัดส่วนกำไรไปมาก ทำให้ไม่คุ้มค่าที่จะเปิด Position
ความผันผวนในแต่ละช่วงเวลาของตลาด Forex
- ช่วงเวลาตลาด Forex เอเชีย (Sydney & Tokyo): มักมีความผันผวนต่ำถึงปานกลาง เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดยุโรปและอเมริกายังไม่เปิดทำการ เหมาะสำหรับคู่สกุลเงิน JPY, AUD, NZD.
- ช่วงเวลาตลาด Forex ลอนดอน (London): เป็นช่วงที่ตลาดเริ่มคึกคัก มีความผันผวนปานกลางถึงสูง โดยเฉพาะกับคู่สกุลเงินหลัก (Majors) และ Crosses
- ช่วงเวลาตลาด Forex นิวยอร์ก (New York): มีความผันผวนสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อทับซ้อนกับตลาดลอนดอน (London – New York Overlap) เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งเปิดพร้อมกัน และมักมีการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ
และนี้ก็คือข้อมูลทั้งหมดที่เราได้รวบรวมมาให้ท่านผู้อ่านที่สนใจเกี่ยวกับ “ความผันผวนต่อช่วงเวลาตลาด Forex” ในข้างต้นครับ หวังว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ
